Thai | English
 สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
    หน้าแรก
    สินค้า
    Karmatr New Product (13)
    สินค้าจัดโปรโมชั่น (7)
    MarkUp Cosmetic. (32)
    Achute' บำรุง & เมคอัพ (14)
    Skin Perfect by Nokky (12)
    Lela (28)
    ครีมชุด (17)
    Belov (55)
    ETUDE/อีทูดี้ (9)
    Dr.Young (27)
    Fuji Cream (29)
    Nongnaka (6)
    Dr.วุฒิศักดิ์ (7)
    B variety (12)
    Missha (0)
    ผลิตภัณฑ์มะหาด (30)
    Casanovy คาสโนวี่ (21)
    ELE Cream เอลลี่ครีม (4)
    Sivanna/Lola/Dora/Kaka (4)
    เครื่องสำอางค์-แป้ง/ปัดแก้ม/มาสคาร่า/ไลเนอร์ (23)
    บำรุงหน้า-โทนเนอร์/ครีม/เซรั่ม/อีมัลชั่น/กันแดด (81)
    ล้างหน้า-โฟม/ครีม/ออย/สบู่ล้างคสอ. (25)
    รวมมาร์สหน้า-แผ่นมาร์ส/สลิปปิ้งมาร์ส/โคลนมาร์ส (67)
    รองพื้น/บีบี/ซีซ๊/เบส/คอนซิลเลอร์ (26)
    ลิปสติก/ลิปทิ้น/ลิปกรอส/ลิปมัน/ลิปปาล์ม (6)
    บำรุงผิว-โลชั่น/เจลขัดผิว/เกลือขัดผิว/มาร์สผิว/กันแดด/BBผิว (71)
    อาบน้ำ-เจลอาบน้ำ/โฟมพอก/บับเบิ้ลบาร์ท/สบู่อาบน้ำ (47)
    ผม-แชมพู/ครีมนวด/ทรีตเม้นต์/เจลแต่งผม/สเปรย์แต่งผม (22)
    ขนตาปลอม/ขนตาแฟนซี/ขนตาล่าง (16)
    อุปกรณ์แต่งหน้า-ที่ดัดขนตา/แปรง/พู่กัน/สติ๊กเกอร์ (3)
    รวมสีทาเล็บ (1)
    รวมน้ำหอม-บอดี้มิส (3)
    รวมอาหารเสริม-วิตามิน/ลดน้ำหนัก/ผิวขาว (92)
    หน้าอก/จุดซ่อนเร้น (13)
    เท้า-สปาเท้า/ลอกผิวเท้า/บำรุงเท้า (10)
    ครีมกำจัดขน-แว็กซ์ขน (12)
    สินค้าราคาโล๊ะ (12)
    อื่นๆ (27)
    เครื่องสำอางค์ราคาถูก (67)
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 8
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 444
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,676,236
 เปิดเว็บ 27/01/2555
 ปรับปรุงเว็บ 22/10/2557
 สินค้าทั้งหมด 965
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
ระวัง!!! มิจฉาชีพ แอบอ้างจับลิขสิทธิ์รีดไถเงิน+วิธีการป้องกันตัว
[27 มกราคม 2555 16:35 น.]จำนวนผู้เข้าชม 12840 คน
"เนื่องจากที่ร้านเคยมีประสบการณ์โดนจับลิขสิทธิ์สินค้า Skinfood (สมัยที่เคยขายตามกาดนัดก่อนที่จะมาเปิดร้านขายส่งนะคะ)
แต่มารู้ทีหลังว่า กลุ่มที่มาจับเป็นกลุ่มมิจฉาชีพคะ เสียเงินไป 10,000 บาท(เซ็งเลยคะ)
จึงอยากนำสาระดีมาฝากลูกค้าของร้านกันคะ ไม่อยากให้โดนหลอก และอยากให้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการจับลิขสิทธิ์ เพื่อเตรียมตัวและหาทางป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ"

ขอขอบคุณดีๆจาก 
http://www.fwdder.com/topic/157424 


ยุคนี้มีการหากินกันแปลกๆเกิดขึ้นเยอะ การละเมิดลิขสิทธิ์กำลังเป็นที่จับตาในสังคม 

จึงเกิดกลุ่มคนที่คิดค้นอาชีพจับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ อาชีพจับของละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
ใครมีญาติหรือเพื่อนโดนรังแก หรือยังไม่โดนก็โปรดนำไปให้อ่านด้วยนะครับ 

"การจับของแท้จากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง ทำเพื่อให้คนหันมาใช้ของแท้ ไม่ใช่ทำเพื่อเรียกเงินเกินจริงจากเหยื่อ" 

-พูดง่ายๆคือ ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ในลิขสิทธิ์นั้นๆ แต่ไปสมัครเพื่อไปไถเงินคนครับ แต่ถ้าทำตามกฎมันก็ไถเงินได้น้อยครับ
คนจึงไม่เล่นตามกฎหมาย ใช้วิธีไถเงินและข่มขู่แทน 


ที่จริงมันไม่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตครับ แต่ร้ายแรงตรงที่เป็นภัยสังคมครับ 
ผู้เสียหายจะโดนไถเงินรายละ 10000-50000 บาท แต่ที่ผมบอกว่าร้ายแรงเพราะว่า มีคนโดนไปทั่วประเทศแล้วครับ 

จุดเริ่มต้นแก๊งไถเงินครับ 
1 เริ่มด้วยการตั้งบริษัทจำกัด แล้วรวบรวมขอซื้ออำนาจดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จากเจ้าของลิขสิทธิ์จริงเท่าที่ทำได้
เช่นเพลง กระเป๋า น้ำหอม เกม การ์ตูน โดยบริษัทเหล่านี้จะอ้างคุณธรรม ตั้งเพื่อปราบผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ 

2 บริษัทเหล่านี้จะหาตัวแทน(ก็คือการรับพนักงานบริษัทตัวเอง) 
3 ตัวแทนเหล่านี้จะหาสมาชิกแบบขายตรงเลยครับ เรียกว่าผู้รับอำนาจช่วง 
4 ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองครับ แต่ก็มีโรงพักบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือกับพวกโจร 
5 เดินสายจับแบบผิดกฎหมายครับทีละจังหวัด ย้ายไปเรื่อย วนเวียนกลับมาทุกๆ 3-6เดือน 
6 มีการทำธุรกิจนี้มาหลายปีแล้วครับ ประมาณ 7 ปี 

รายได้ 
ตัวแทนพวกนี้จะรวยมาก รายได้เกินจะคาดเดา แต่ที่พบเห็นคือสามารถออกรถป้ายแดงกันทุกคน BMW ก็มี 
-บางกลุ่มออกรถแวนป้ายแดงราคา 6 ล้านก็มี 
-หัวหน้าบางคนทำจนมีเงินฝากถึง 200 ล้านบาท 

-เห็นมั้ยครับว่าการตั้งบริษัทถูกกฎหมาย แต่ดูเจตนาการตั้งสิครับ เจตนาไม่ได้ทำเพื่อปราบหรือให้คนหันมาใช้ของแท้ แต่ทำเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าครับ 

ต่อไปเป็นตัวอย่างของแม่ค้าตลาดนัดคะ (ตัวอย่างใกล้เคียงนะคะ )

การไถเงินตลาดนัด 
อันนี้เลวสุดๆเล่นงานคนจน วิธีการมีดังนี้
1 โจรจะเดินดูและจดรายการของที่มีลิขสิทธิ์ที่มีในตลาดนัด เช่นนาฬิกา เสื้อผ้า ตุ๊กตา กระเป๋า ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนผ้าเช็ดตัวที่มีลายอุลตร้าแมน โดราเอม่อน (รวมถึงเครื่องสำอางนะคะ)
2 เมื่อได้รายการจะไปขอเป็นตัวแทนจากบริษัทที่เป็นเจ้าของจริง แล้วก็เข้าจับ
3 ส่วนใหญ่ 99% จะของปลอม เข้าจับแบบข่มขู่ เรียกเงิน 50000 บาท ต่อรอง 10000 มันก็รีบเอาแล้วเผ่นหนี (เหมือนที่ร้านเราเคยโดนคะ)

******** วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- โวยวายด่าแหลกแบบแม่ค้า โมโหเก็บของกลับบ้านไม่ต้องสนใจใคร
- 99% ของปลอม เล่นบทโหดใส่ รีบกลับบ้าน ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ครับ ย้ำว่าลิขสิทธิ์ของแท้ ไม่มาจับแม้ค้าแบบนี้หรอกครับ
- หากมีลิขสิทธิ์ของจริง หากหน้าด้านมาจับ คุณก็ยอมเค้าไป เพราะคุณผิดจริง ยอมโดนจับแล้วขึ้นศาลนะครับ อย่าจ่ายเองเด็ดขาดให้ศาลสั่งเท่านั้น คุณจะโดนปรับจริงๆไม่เกิน 2000 บาท
- ศาลจะให้จ่ายตามความเสียหายจริงครับ เช่น ปลอกหมอน 150 บาท10ผืน ของคุณทำความเสียหาย 1500 บาท ศาลก็จะสั่งปรับแค่นั้น ไม่มีในโลกครับที่ปรับ 50000 บาท
ทั้งหมดนี้ที่เรียกว่าของปลอมถึงแม้บางคนจะเป็นตัวแทนจริงๆ ก็เพราะ วิธีการเข้าจับของพวกมัน ผิดกฎหมายครับ
ธุรกิจนี้ผลตอบแทนมหาศาลครับ เพราะเจ้าหน้าที่ร่วมด้วย ปราบยากครับ
อันนี้คือลิ๊งค์ รายชื่อตัวแทนผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของแท้ครับ http://www.ipthailand.org/dip/index.php?

ปล.ผมไม่ได้มาสอนให้คนโกงนะครับ หากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริง จับตามขั้นตอนกฎหมายจริง เรียกเงินตามจริง --ผมสนับสนุนครับ
แต่การเรียกเงินตามศาลสั่งนั้น ของแท้จะรู้ว่าถ้าจับแบบรังแกชาวบ้านจะได้เงินน้อยอาจจะแค่ 2000บาท ดังนั้นของแท้จะจับโรงงานปั้มแผ่น หรือโรงงานผลิตครับ
ของแท้ สังเกตุง่ายๆครับ ส่วนใหญ่จะมี2แบบ จะไปกับตำรวจกอบปราบครับ และจะไปกับตำรวจเศรษฐกิจ ครับ 

ข้อย่อยที่ช่วยได้เบื้องต้น ยาวแต่ต้องอ่านนะครับ มันสำคัญทุกข้อครับ
1 จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย
2.หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดูบัตรของผู้รับมอ
บจะต้องมีบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดูไล่พวกมันกลับไปได้เลย
3 การล่อเล่นของหน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ 
4 ร้านคอมฯปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้นะครับถ้ามันไม่มีหมายค้น ในส่วนของตัวร้าน(สาธารณสถาน)
อยากตรวจก็ให้ตรวจไปแต่เครื่องคอมฯไม่ใช่สาธารณสถานเรามีสิทธิปฏิเสธไม่เปิดให้ตรวจสอบได้
5 ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุม
ไม่มีกฎหมายให้อำนาจราษฎรทำ เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยข้อหนึ่งได้ว่ามันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ
6 ราษฎรก็จะช่วยตำรวจจับไม่ได้แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ราษฎรช่วยจับได้ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น
(เช่น โจรที่มีหมายจับ) แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิดซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปว
งกับราษฎรที่มาช่วยจับได้ตามสมควร(ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุกฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว)
ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ
7 การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้ (แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ3 
8 จะเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดูที่ลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจหรือไม่เป็นตำรวจ
ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ
(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
9 ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79 ราษฎรก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น
แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ราษฎรจึงจับไม่ได้แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า 
10 การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้นเช่นนั่งไลท์แผ่นต่อหน้าต่อตาตำรวจ ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม
(และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความก็ไม่มีสิทธิ์จับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์) ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท(หน้าม้า)
แม้จะถ่ายรูปไว้ ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย(ตำรวจอยู่นอกร้าน-มาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุมครับ
11 การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเโดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ
ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่
มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด
ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
12 หลัก ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา78) ข้อยกเว้น
จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ
แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่นคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหรือตัวแทนเสียก่อน
ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด
แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้
-
ปล. จุดไหนผิดพลาดโปรดชี้แนะด้วยครับ 

ขอขอบคุณ user อาจารย์แมว จากเวป www.pantip.com และ www.pantip.com ด้วยนะคะ 

ข้อกฎหมาย ที่ต้องรู้

ล่อซื้อ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้
ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด 
มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์ และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย
โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย"แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น
ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
คำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543 การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์
ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้น

เนื่องจากการล่อซื้อของส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้
เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย

 

ไม่มีอำนาจฟ้อง

 

เมื่อมีการถูกจับลิขสิทธิ์ต้องทำอย่างไรบ้าง

ถ้าพวก(แอบอ้าง)จับลิขสิทธิ์ มาค้นหรือมาจับหรืออะไรก็ตาม ให้ดำเนินการตามนี้

๑ ดูว่ามีการร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้วหรือยัง แล้วใครร้องทุกข์ เพราะคนที่ร้องทุกข์ต้องเป็นไปตามใบมอบอำนาจเท่านั้น เพราะคดีนี้ยอมความได้ จะกล่าวโทษไม่ได้ ต้องร้องทุกข์เท่านั้น
๒ ถ้ามีการร้องทุกข์แล้ว จะมาค้น ก็ต้องมีหมายค้นที่ออกโดยศาล
๓ มากับ ตร หรือไม่ ถ้าไม่มากับ ตร. แม้ว่าจะมีหมายค้น ก็อย่าให้ค้น เพราะคนทั่วไป ไม่มีอำนาจค้น
๔ ผมบอกให้ดูการมอบอำนาจด้วยว่าเป็นเอกสาร จริงหรือปลอม และ มีการมอบอำนาจให้ใครดำเนินการ เช่น บริษัท ก. มอบให้ นายแดงดำเนินการ การเข้าตรวจค้นตามหมายของศาลก็ต้องมีนายแดงดำเนินการด้วย เพราะคนอื่นที่ไม่ใช่นายแดง จะไม่มีอำนาจเลย (หมายถึงมากับ ตร.)
แต่ถ้าเป็นการดำเนินการของ ตร. ก็สามารถทำได้ (ตร.ทำการตรวจค้นเอง)
๕ ถ้าไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มอบอำนาจจริงหรือไม่ ให้ดูด้วยว่า ติดอากรแสตมป์หรือไม่ ถ้าติดด้วยก็อาจจะจริง(อาจจะ) ควรอ่านใบมอบอำนาจให้จบ ถ้าข้อความไม่ชัดเจนควรถามว่าอำนาจนี้มันคืออะไร
๖ ถ้าไม่มี ตร. ไม่มีหมายค้น ไม่มีการร้องทุกข์ ก็ไม่ต้องสนใจเลย แม้ว่ามันจะมีหนังสือมอบอำนาจจริงก็ตาม เพราะมันไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เพราะไม่ใช่ เจ้าพนักงานที่มีอำนาจ และอย่าไปยอม ให้ถ่ายรูปพวกมันไว้ เพราะคนทั่วไป จับ ค้น ทำไม่ได้เลย
๗ สำหรับ ตร. อย่าไปเกรงใจ ให้ขอดูบัตรเจ้าพนักงานด้วย และจดชื่อ จดหน่วยงานไว้ด้วย ถ้าไม่ให้ดู ก็อย่าให้ค้น

ถ้าทุกอย่างมีถูกต้องตามกฎหมาย คราวนี้มาดูว่า
อะไรที่มันผิดกฎหมายสำหรับสิ่งนั้น มันสามารถดำเนินการได้เฉพาะสิ่งนั้น เช่น
มันได้รับมอบอำนาจจับ สิ่งของที่เป็นโดเรม่อน ก็จะจับได้แค่โดเรม่อนเท่านั้น
มันจะมาเหมารวม คิดตี้ หรือ อื่นๆไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ผู้ได้รับมอบอำนาจส่วนนั้น

ถ่ายรูปสินค้าและจดบันทึกไว้ด้วยว่า มันเอาอะไรไปแค่ไหน
ผมเคยบอกว่า ถ้าเป็นพวก MP3 ก็ให้ถอด HDD ไป โดยอย่าให้ยกเครื่องคอม และ จอคอมไป แม้ว่ามันจะอ้างว่า สิ่งของพวกนั้นเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดก็ตาม
ตรงนี้หลายคนอาจไม่เห็นด้วย ผมแนะนำเพื่อนบอกว่า ที่ไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด เพราะตอนที่มันมาค้น เราไม่ได้ใช้งาน

ดังนั้นมันจึงไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้าในขณะนั้น ต่อหน้า ตร.ที่มีอำนาจตามกฎหมาย
จริงอยู่ก่อนหน้านั้นเราใช้คอมฯ และ MP3 อยู่ในคอม แต่เราไม่ได้ใช้งานในขณะนั้น
ถ้ามันจะเอา MP3 ไปเป็นหลักฐาน ก็ให้แกะ HDD ไปเลย โดยอย่ายอมให้ยกคอมไป..

ลองเอาไปดัดแปลงใช้กับสถานการณ์อื่นดูนะครับ
ผมไม่ได้แนะนำให้หัวหมอ เพียงแต่แนะนำให้ตรวจสอบให้ได้ความจริงก่อนว่า
คนที่มาจับ มาค้น มีอะไรถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าคุณทำผิดจริง แน่นอน ไม่มีใครช่วยได้
แต่แม้จึงจะทำผิดจริงก็ตาม การถูกดำเนินคดี ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
ไม่ใช่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งพวกนี้ เพราะคุณก็ตกใจ และก็กลัว จนลืมขั้นตอน และสิทธิของคุณ 

วิธีตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่


1. ต้องมีหมายศาล (หมายค้นนะครับ ไม่ใช่บันทึกประจำวัน) http://ict.in.th/26




ตัวอย่างหมายค้น


ตรวจดูความถูกต้องของหมายค้นให้ละเอียด

   (1) วัน เดือน ปี ที่ศาลอนุญาตให้เข้าตรวจ ในหมายค้นระบุวันที่เท่าไหร่ ต้องมาวันนั้น มาผิดวันใช้ไม่ได้

   (2)  บ้านเลขที่ ชื่อร้านต้องตรง ถ้าพิมพ์ชื่อร้านผิด หรือบ้านเลขที่ผิด เราปฎิเสธไม่ให้ตรวจค้นได้ทันที ในกรณีที่ร้านไม่มีบ้านเลขที่ หรือไม่มีชื่อร้าน ในหมายค้นจะต้องระบุอย่างละเอียดว่า เป็นบ้านไม่มีเลขที่ด้านซ้ายอยู่ติดกับร้านอะไร ด้านขวาอยู่ติดกับอะไร มีอะไรเป็นข้อสังเกต หรือชี้ชัดว่าเป็นร้านนี้

   (3) ช่วงเวลาที่ศาลอนุญาตให้เข้าตรวจค้น กี่โมง ถึงกี่โมงถึง มีหมายค้นมา แต่ถ้าเลยเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ก็เข้าตรวจค้นไม่ได้
   
   (4)  สิ่งของที่ศาลอนุญาตให้ตรวจค้น เช่นตัวแทนลิขสิทธิ์อ้างว่ามาตรวจลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ในหมายศาลก็ต้องระบุว่า "เพื่อตรวจค้นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2010" ก็คือ โทรทัศน์, จอ, เครื่องฉายต่างๆ ที่ทำให้เกิดภาพ ระวังการลักไก่ หากหมายศาลระบุให้ตรวจค้นเรื่องอื่น จะนำมาอ้างตรวจลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกไม่ได้

   (5) หมายค้นจะต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น ถ่ายเอกสารไม่ได้


2. ตำรวจชั้นสัญญาบัตร มีหมายค้นมาแล้วต้องมาพร้อมกับตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีชื่ออยู่ในหมายค้นด้วย




   (1) ตำรวจชั้นสัญญาบัตร คือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรี ถึงพลตำรวจเอก วิธีดูง่ายๆ ว่าใช่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรหรือไม่ คือต้องมีดาวบนบ่าอย่างน้อย 1 ดวง   




ตัวอย่างจากรูป ไม่ใช่ตำรวจชั้นสัญญาบัตร


   (2) ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจว่า ชื่อ-นามสกุล ตรงกับในหมายค้นหรือไม่ บัตรหมดอายุหรือยัง ถ้าหมดอายุแล้ว เราปฎิเสธไม่ให้ตรวจค้นได้ทันที 


3. หนังสือแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน คดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นคดีอันยอมความได้ ตามกฎหมายต้องแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานก่อนถึงจะดำเนินการได้ ดังนั้นถ้าไม่มีหนังสือแจ้งความร้องทุกข์มาก็ไม่สามารถเข้าตรวจได้
   

4. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ 

   (1) หนังสือมอบอำนาจจะต้องไม่ขาดช่วง ไม่ขาดตอน ตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก ฟีฟ่ามอบอำนาจมายัง บริษัท TCC และ TCC มอบอำนาจมายัง นาย (ก) เป็นต้น

   (2) เจ้าของลิขสิทธิ์ มอบอำนาจให้ขอบเขตแค่ไหน เช่น มอบอำนาจให้จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์อย่างเดียว, มอบอำนาจให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเดียว หรือมอบอำนาจให้ทั้ง 2 อย่าง

   (3) บัตรประชาชนเจ้าของลิขสิทธิ์ และบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจช่วง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง เช่นในกรณีฟุตบอลโลก
 
   - เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นชาวต่างชาติก็ต้องมีพาสปอร์ท พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และต้องยังไม่หมดอายุ 

   - เมื่อมอบอำนาจมายัง บริษัท TCC ก็ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของบริษัทหรือผู้มีอำนาจ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และต้องยังไม่หมดอายุ 

   - และเมื่อมอบอำนาจมาให้ นาย (ก) ก็ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน นาย (ก)  พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และต้องยังไม่หมดอายุ 

   (4) ระยะเวลาในการมอบอำนาจ วันที่เท่าไหร่ ถึงวันที่เท่าไหร่ หากพ้นกำหนดก็ถือว่าหมดสิทธิ์


5. อนุญาตให้เฉพาะคนที่มีชื่อในหมายค้น อยู่ในร้าน คนที่ไม่มีชื่อขอความร่วมมือให้รอข้างนอกร้าน โดยให้เหตุผลว่าเราดูแลไม่ทั่วถึง

การเอาผิดกลับ

ปัจจุบันโทษรุนแรงเพียงพอแล้วครับ เพียงแต่พวกเราไม่มีใครเอาจริงเท่านั้น (จริงๆๆคะ)
เพราะถ้ามั่วนิ่มมา เราก็สามารถเอาผิดได้ หลายข้อหา เช่น
1. ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 365 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ
2. ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 172 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 174 จำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
3. ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (คือโดยทุจริต รู้อยู่ว่าตนไม่มีอำนาจจับ แต่ได้หลอกลวงว่าตนมีอำนาจเช่นว่านั้น และการหลอกลวงนี้ทำให้ได้เงินจากเราไป ก็จะผิดฐานฉ้อโกงนี้)
5. ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 คือถ้ามีการบังคับข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่สาม จนยอมเช่นว่านั้น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น
ถ้าการกรรโชกทำโดยขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายฯ หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
จะผิดข้อหาใด ฐานใดต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและหาพยานหลักฐาน
ที่บอกว่าควรจะต้องตรวจสอบก่อนนั้นว่ามั่วมาหรือไม่---- กรณีนี้ ตัวแทนนำจับรู้ตัวมันอยู่แต่แรกแล้วว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ เป็นการกระทำโดยเจตนาชัดเจน
หน้าที่ในการตรวจสอบเป็นของตำรวจ ก่อนรับแจ้งความต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่าผู้แจ้งมีอำนาจแจ้งหรือไม่ ใครเป็นผู้รับมอบอำนาจ ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารชัดเจนจึงจะรับแจ้งความได้ 
ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157เราสามารถเอาผิดได้ทั้งตัวแทนนำจับและตำรวจครับ ถ้าตัวแทนมั่วมา
แต่ถ้าเขามีสิทธิจริง เราก็ค่อยมาดูถึงวิธีการค้นและจับว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ถ้าวิธีการค้นและจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราก็สามารถเอาผิดกับพวกมันและตำรวจที่มาส่ง ได้เช่นกัน  


ตัวอย่างผู้ที่เคยโดนจับ
http://ict.in.th/index.php/board,152.0.html 
http://topicstock.pantip.com/social/topicstock/2011/09/U11092295/U11092295.html   คลิปเจ้าของร้านเกมส์กระทืบทีมจับลิขสิทธิ์ 
http://ict.in.th/17453 
http://ict.in.th/21352    หมามาเชียงใหม่จ้า บริษัท IPM ลิขสิทธิ์ skinfood สกรีนฟู้ด 


ลิงค์ความรู้เพิ่มเติม
http://www.thaipost.net/x-cite/021009/11583
http://topicstock.pantip.com/social/topicstock/2009/09/U8300077/U8300077.html




เคล็ดลับความงาม&สุขภาพ
- 10 เครื่องดื่มที่ควรระวัง สำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- TIP เคล็ดลับแต่งหน้าสวยขั้นเทพ สำหรับสาววัย 30 (ยังแจ๋ว!) [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- 9 สูตรลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วน สำหรับสาวอยากผอม [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- TIP : ผิวใส ฉายออร่าตั้งแต่หัวจรดเท้า [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- TIP : ผิวสวยเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย 7 กิจวัตร [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- TIP : การดูแลผิวสำหรับคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- PICO OK แตกต่างกับ ELE ยังไง ? ตัวไหนดีกว่ากัน ? [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- ครีม Cream & อีมัลชั่น Emulsion ต่างกันยังไง ? ใช้ตัวไหนดี (- - !) [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- "ประโยชน์ของนมผึ้ง" อาหารเสริมคุณประโยชน์สูงสุด [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
- เขียนคิ้วให้สวย ช่วยลดอายุเค้าทำยังไง ? [27 มกราคม 2555 16:35 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณมากมายเลยครับ:h::h::h:
ชื่อ : kritin   E-mail : yoyo.army@hotmail.com    วันที่ : 3 กันยายน 2555 13:22 น.
IP : 124.122.62.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
:h::h::h::h::h::h:ขอบคุณนะค่ะ
ชื่อ : ทอฝัน    วันที่ : 3 ตุลาคม 2555 09:36 น.
IP : 223.206.186.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย
ล่วงเช็คดูว่าถูกต้องหรือเปล่านะครับ

การจับจำเป็นหรือไม่ต้องมีเจ้าของลิขสิทธิ์ไปร้องทุกข์ก่อนนะ
การจับ เรื่องหนึ่ง การสอบสวนเรื่องหนึ่ง

ลิขสิทธิ์ มีทั้งยอมความได้ (ไม่ใช่เพื่อการค้า)ยอมความไม่ได้(เพื่อการค้า)
ความผิดที่ยอมความได้ การจับไม่เคยมีมาตราใด บอกว่า ถ้าเป็นความผิดที่ยอมความได้แล้วนั้น ต้องมีการร้องทุกข์ก่อน แต่ทีนี้พอจับไป มันสอบสวนไม่ได้ ตำรวจเลยไม่จับกัน แต่ถ้าถามว่าจะจับได้หรือไม่ ต้องตอบว่าจับได้ครับ (เปรียบเทียบกับ เอาเหล็กไปขูดประตูรถ เป็นความผิดอันยอมความได้ 358 ปอ ถ้าซึ่งหน้าตำรวจจับไม่ได้หรอครับ ต้องรอมีคนร้องทุกข์อย่างนั้นหรือ)



ลองคิดดูว่า
กรณีแผงลอย ขายละเมิดลิขสิทธิ์ตอนกลางคืนตามตลาดนัด จับตอนกลางคืนไม่ได้หรอครับ (ใช่หรอ)
แต่ทำร้ายคนกลางคืน จับได้

กรณีเปิดร้านขาย ตอนกลางคืน จับได้ไม่ได้หรอครับ เปิดร้านเชิญชวนคนมาซื้อใครก็เข้าได้ เป็นที่สาธารณสถาน ไม่ใช่ ที่รโหฐาน (ถ้าซึ่งหน้าจับได้ไม่ต่างกับแผงลอย)

กรณีไม่ได้เปิดร้าน แต่ของอยู่ในร้านตอนกลางคืน กรณีนี้เป็นที่รโหฐาน การจับ ต้องทำตามการค้นที่รโหฐาน ซึ่งต้องทำก่อนพระอาทิตย์ตก เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น ตาม ม. 96 ปวิอ

บางบทความ ที่เกือบถูกต้อง คนอ่านก็เอาไปปฎิบัติกันทั้งๆที่ไม่ถูกต้อง
อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมบอก ล่วงเช็คดูว่าถูกต้องหรือเปล่าก่อจะเชื่อ
ผมตอบแล้วคงไม่ได้กลับมาอ่านอีก เพราะแค่ผ่านมาเห็นแล้วอึดอัด
ชื่อ : i am lawyer    วันที่ : 7 ตุลาคม 2555 14:59 น.
IP : 49.49.72.XXX

ความคิดเห็นที่ 4
แต่ถ้าโดยจับแล้ว เราต่อลองพวกมิจฉาชีพได้ แต่เค้ายังมาเก็บเราทุกเดื่อนอีก เรามีวิธีแก้ไขอย่างไรค่ะ
ชื่อ : ฟ้า   E-mail : noofafa-123@hotmail.co.th    วันที่ : 4 พฤศจิกายน 2555 13:34 น.
IP : 27.55.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 5
ตอบ คห.ที่ 3 แค่ผ่านมาอ่านแล้วอึดอัดเหมือนกันค่ะ

ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า เป็นความผิดอันยอมความได้ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 66 พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนได้ก็ต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ[/b และต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่รู้ตัวผู้กระทำความผิด การร้องทุกข์ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อรูปพรรณของผู้กระทำความผิดก็ได้ แต่ต้องเป็นการร้องทุกข์เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฏหมาย ตาม ป.วิอาญามาตรา 2 (7) ยังไม่เคยได้ยินคดีลิขิสิทธิ์ยอมความไม่ได้นะคะ คุณลองไปศึกษากฏหมายลิขสิทธิ์ใหม่ค่ะ เพราะฉะนั้นฟันธงว่าถ้าไม่มีการร้องทุกข์ก่อนไม่สามารถจับได้ค่ะ และสำเนาบันทึกประจำวันก็ไม่ใช่การร้องทุกข์นะคะ เพราะถ้ามีการร้องทุกข์ตำรวจต้องลงเลขคดีค่ะ พวกมิจฉาชีพถึงไม่ร้องทุกข์ก่อนไงคะ แค่ลงประจำวันและก็เอาสำเนาออกมาจับเพื่อเรียกเงินยอมความ ส่วนเรื่องเอาเหล็กไปขูดรถ ตำรวจจับได้ค่ะเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้าและเป็นคดียอมความได้ แต่ถ้าผู้เสียหายไม่ไปร้องทุกข์ ตำรวจก็ไม่มีอำนาจสอบสวนค่ะ คดีที่ยอมความได้ต้องมีผู้เสียหายค่ะ ตำรวจถึงมีอำนาจสอบสวนและอัยการมีอำนาจฟ้อง ส่วนการทำร้ายคนกลางคืน ก็ต้องดูว่าทำร้ายแบบไหน ทำให้บาดเจ็บสาหัสหรืออันตรายถึงแก่ชีวิต เช่นชิงทรัพย์และทำร้าย ลักทรัพย์ คดีพวกนี้ยอมความไม่ได้ ตำรวจจับได้เลยถ้าเห็นว่ากำลังทำผิดซึ่งหน้า ไม่ต้องมีผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนได้ ป.อาญามาตรา 358 ที่คุณยกตัวอย่างมา ผู้ใดทำให้เสียหาย ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น ผู้นั้นกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นคดีที่ยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และพนักงานอัยการไม่มีสิทธิ์นำคดีมาฟ้องในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ได้

คดีลิขสิทธิ์ไม่ใช่คดีเร่งด่วน ที่จะต้องทำการรื้อค้นและจับในตอนกลางคืนนะคะ ในกรณีมีหมายค้น ค้นกลางวันไม่เสร็จก็สามารถ
ค้นต่อในเวลากลางคืนได้ ตาม ป.วิ 96 แต่พวกมิจฉาชีพมันไม่มีหมายค้นมาหรอกค่ะ เพราะฉะนั้น ปฏิเสธการตรวจค้นได้เลยค่ะ
ชื่อ : คนธรรมดา ไม่ใช่นักฏหมาย    วันที่ : 30 พฤศจิกายน 2555 13:44 น.
IP : 101.109.17.XXX

ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณอย่างมากมายจิงๆค่ะ
ชื่อ : ่่เจเจโมบาย    วันที่ : 20 ธันวาคม 2555 11:00 น.
IP : 171.99.231.XXX

ความคิดเห็นที่ 7
การที่คุณสอนเค้าก็ดีนะ...แต่คุณสอนผิดๆหลายประการ .เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสัญญาบัตรเพราะเค้าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา "ถ้าจะสอนต้องสอนให้ถูกวิธีเพราะคนที่คุณสอนอาจจะไม่มีทางแก้ตัวได้
ชื่อ : เด็กแปดริ้ว    วันที่ : 27 ธันวาคม 2555 06:55 น.
IP : 27.55.131.XXX

ความคิดเห็นที่ 8
ก็ คห.ที่3 คือแก็งนี้ไงเจอผมถ้ามาถูกยอมนะให้จับปรับเลยมามั่วโดนนะครับพ่อค้าแม่ค้าบางคนมาทำเสริมเฉยๆเขามีดีกว่าพวกที่แอบอ้างเยอะ ไอ้ความเห็นของ คห.ที่3 มาเพื่อเบี่ยงเบนหรือเปล่าอ่านดูแล้วทะแม่ง
ชื่อ : ดับเพลิง    วันที่ : 20 กุมภาพันธ์ 2556 02:24 น.
IP : 110.168.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 9
คนที่เป็นลิขสิดก้ทำนาบนหลังคน
คนที่ขายของปลอมก้ทำนาบนหลังคน
ชื่อ : มีแต่คนเห็นแก่ตัว   E-mail : jj_cawaii@hotmail.com    วันที่ : 30 พฤษภาคม 2556 15:03 น.
IP : 110.49.232.XXX

ความคิดเห็นที่ 10
กรรมเวรๆ นึกว่าโรงพักเพื่อประชาชน ที่แท้ โรงรีดทรัพย์กับประชาชน:y:
อันนี้เราโดนมากับตัวเองเลยค่ะ โดนจับฐานละเมินลิขสิทธิ์ บริษัท skinfood ใช้กำลังปิดล้อมร้านเรา ทำอย่างกะมาจับผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย เอาเอกสารประมาณบึ้งหนึ่งบอกว่าได้รับมอบอำนาจจากบริษัท skinfood มาจับเราในข้อหา ละเมิดลิขสิทธิ์ เราก็บอกว่าเราไม่มีของ skinfood จำหน่ายที่ร้าน (ที่ร้านไม่ได้ขายของแบร์นนี้จริงๆค่ะ แต่เรามีไว้ใช้กับลูกค้า ตอนเวลาลูกค้ามาทำ หน้า พวกมาร์คน้ำตาล มาร์คงาดำ มาร์คข้าว ที่เป็นแบบซองนะค่ะ ประมาณ 30 ซอง เขาบอกก็อันนี้แหละที่ว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ชายฉกรร หน้าตาเหมือนพวกเก็บเงินกู้ ในข่าว มายืนประชิดตัวเรา แล้วก็เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็บอกว่าเราทำผิดจริง โดยการนำของเขามาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ (เพิ่งรู้นะค่ะว่าเวลาซื้อของอะไรมาใช้ต้องของอนุญาติก่อน ฉันก็เลยถามไปว่าถ้าฉันซื้อสบู่นกแก้วมาถูกตัว ดิฉันก็ต้องไปทำการขออนุญาติบริษัทสบู่ก่อนทำการถูกตัวไงหรือค่ะคุณตำรวจดิฉันตอบคุณตำรวจไปแบบนี้)ทางเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์มันก็เลยบอกว่าเอาอย่างนี้ เรื่องมันจะได้จบๆเขาจะได้ไม่ทำเรื่องส่งบริษัทถ้าเรายอมจ่าย 50,000 บาท โอ้ ห้าหมื่น เงินตั้งเยอะแยะจะไปมีปัญญาที่ไหนไปหามาจ่ายค่ะ นวดหน้าลูกค้าได้หน้าละ 150 บาท เรียกเงินเรา 50,000 บาท นี่มันปล้นกันชัดๆๆ เราก็บอกไปว่าไม่มี เขาก็บอกว่างั้นต้องไป โรงพัก เราก็ว่าดีเหมือนกันไปโรงพักเพราะอยู่ที่ร้านเราเสียเปรียบแน่ที่สำคัญเราก็อยู่คนเดียวด้วย โดนพวกนี่ข่มขู่ไม่ดีแน่ๆ อย่างน้อยๆไปโรงพักก็มีเจ้่าหน้าที่ตำรวจหลายคนจะได้ให้ช่วยตรวจสอบด้วยว่าเป็นพวกมิฉาชีพหรือเปล่า แต่คุณชื่อไหมพอไปถึงโรงพักกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดิฉันกลายเป็นผู้ต้องหาโดยปริยาย โดยมีของกลางเป็น skinfood ตัว tester ไม่กี่ซอง เขาบังคับให้ดิฉันเซ็นต์เอกสารซึ่งดิฉันไม่ยอมเซ็นเพราะมันเป็นเอกสารที่ทางพวกเขาเขียนขึ้นมาให้ดิฉันเซ็นต์ พอเขาเห็นท่าดิฉันไม่ยอมเซ้นต์เขาก็ให้ดิฉันเข้าไปคุยกับร้อยเวรอีกห้องหนึ่ง ซึ่งในห้องนั้นมี ดาบตำรวจอยู่ด้วยหนึ่งนาย ร้อยเวรใส่ชั่นเป็นชุดๆเลยค่ะ ว่าดิฉันกระทำความผิดจริงเป็นความผิดทางอาญาซึ่งสามารถยอมความกันได้ ทำไม่ไม่เจรจายอมความกัน ดิฉันก็เลยถามกลับไปว่า คุณตำรวจเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงได้กล่าวหาว่าดิฉันเป็นผู้ต้องหา ฉันถูกกล่าวหามา และหวังให้ตำรวจเป็นที่พึ่งแต่นี่คุณตำรวจกับกำลังทำตัวเลือกปฏิบัติทำไมไม่ตรวจสอบ พวกลิขสิทธิ์ว่าเขาได้รับมอบอำนาจมาจริงหรือไม่ เพราะเอกสารที่ให้ดิฉันดูไม่ถ่ายสำเนามาแบบไม่ชัด อ่านไรไม่รู้เรื่องเลย อากรแสตมป์ก็ไม่ติด มอบอำนาจมาตั้งแต่ปี 2553 นี่มันปีไรแล้วคงจะหมดอายุไปแล้วมั้ง ทำไมไม่ตรวจรอบพวกนั้น อีกที้งกระทำการเยื่ยงโจร ทั้งข่มขู่ควบคุมตัว ให้ดิฉันขาดอิสระภาพ ดิฉันหวังโรงพักเป็นที่พึ่ง แต่กับกลายเป็นพวกเดียวกันสะงั้น เสียความรู้สึกจริงๆค่ะ พวกตำรวจมันก็เอาน่าถ้าอยากให้เรื่องมันจบเร็วๆก็ไปเจรจาต่อรองเขาสะ และดาบก็ถามมาว่าเขาจะเอาเท่าไรละ ดิฉันบอกว่า 50,000 บาท ดิฉันไม่มีเงินให้หรอกค่ะเงินตั้งเยอะแยะ เขาเลยถามมาว่าแล้วมีเท่าไร ดิฉันบอกมีแค่ ห้าพันทั้งเนื้อ ทั้งตัว แต่ดิฉันไม่ได้ทำผิดอะไรดิฉันไม่จ่ายค่ะ ถ้าคุณตำรวจคิดว่าดิฉันผิดจริงก็ให้จับดิฉันได้เลยค่ะ ดิฉันยินดีและเราก็ไปสู้กันในชั้นศาล แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ของกลางที่พวกคุณยึดมาเป็นของแท้ ดิฉันจะพ้องพวกคุณกลับ ดาบคนนั้นก็บอกว่าถ้าอย่างงั้นก็จับนอนคุกสัก 2 คืน หลังจากนั้นก็จะไปฝากขัง ดิฉันบอกว่า ดิฉันจะขอประกันตัว ตำรวจเลยบอกว่าต้องใช้เงินสดเท่านั้นประกันตัว วงเงินประกันตัว 100,000 บาท ดิฉันก็บอกว่าดิฉันไม่มีเงินสด เป็นสินทรัพย์อย่างอื่นได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้ ดิฉันก็เลยถามไปว่า กฏหมายมาตราไหนค่ะที่ระบุไว้ว่าไม่ให้นำสินทรัพย์มาประกันตัว เพื่อสู้คดี และตำรวจสองนายก็ไล่ดิฉันออกจากห้องไป ตอนนั้นก็เกือบจะสามทุ่มแล้วละค่ะ แฟนดิฉันก็มาหาดิฉันที่ โรงพักคลองหลวง และร้อยเวรคนนั้นกับก็เรียกแฟนดิฉันเข้าไปพบท่านในห้อง และก็เรียกดิฉันตามเข้าไปที่หลัง เห็นนายตำรวจระดับสารวัตร 2 นาย นั่งอยู่ และก็พูดดีๆกับดิฉันว่าไหนก็มาถึงขั้นนี้และ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่ายก็ยอมๆกันไปแล้วกันนะสรุปว่าดิฉันก็ตอ้งจ่ายเงินให้พวก โจรในเครื่องแบบไป 5000 บาท(เจ็บใจจริงๆเลยค่ะ)แฟนเราก็เลยบอกว่าให้เขาไปเถอะ นายเขาของแล้วนิจะได้จบๆ มิหนำซ้ำก่อนดิฉันจะกลับ มีดาบอีกคนมาพูดว่าถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการแบบนี้อีก ก็ให้จ่ายค่าคุ้มครองรายเดือน โอ้สุดยอดมาก โรงพักเพื่อประชาชน หรือโรงรีดทรัพย์กับประชาชน ดิฉันไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจในมือ มีตำรวจในเครื่องแบบมาด้วยหนึ่งคน ร้านเราเปิดเป็นร้านนวดหน้าและก็มีเครื่องสำอางค์นำเข้า ซึ่งก็ฝากเพื่อนซื้อบ้างไปซื้อเองบ้าง แฟนเอามาฝากบ้าง ซึ่งสินค้าก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะเราเปิดในหมู่บ้านซึ่งก็เป็นกลุ่มผู้บริโภคเล็กๆเท่านั้นส่วน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อก็เพื่อนฝูงกันทั้งนั้นนะค่ะ
ชื่อ : kk    วันที่ : 23 มิถุนายน 2556 22:07 น.
IP : 171.7.62.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by seoulbeautyshop.com
Engine by MAKEWEBEASY